Thaigraph

 

   

ค้นหา

พ่อแม่ต้องเข้าใจลูก

เข้าชม/อ่าน 202 ครั้ง 6-8-2013 15:25 |คีย์เวิร์ด:เพิ่มความสูง

พ่อแม่ต้องเข้าใจลูก



เมื่อลูกของเราเข้าสู่วัยที่ต้องเจริญเติบโตขึ้น เริ่มช่วยเหลือตัวเองเก่งมากขึ้น เริ่มซน เริ่มอยากรู้อะไรใหม่ๆรอบๆตัว เรามาลองทำความรู้จักกับลูกของเรากัน เพื่อที่จะสร้างความเข้าใจมากยิ่งขึ้น เรามาดูวิธีกัน


1. สามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
เด็กวัยเตาะแตะมีพัฒนาการทางร่างกายที่เห็นได้ชัด คือ กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น สามารถเดินได้คล่องขึ้น หรือเริ่ม หัดวิ่ง ควบคุมการใช้มือและแขน หยิบสิ่งของได้ถนัด ใช้มือทำกิจกรรมต่างๆ ที่อาศัยความละเอียดอ่อนหรือทักษะมากกว่าเดิม การเรียนรู้ของเด็กวัยนี้เกิดจากการ ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง ลูกจะได้เรียนรู้จากการฝึกฝนบ่อยๆ ดังนั้น จึงควรเล่นกับลูกบ่อยๆ เพราะการเล่นจะช่วยพัฒนาทั้งร่างกายและสติปัญญาของเด็กวัยนี้ได้ดี รวมถึงเด็กจะได้ฝึกฝนการใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานร่วมกันด้วย


ส่งเสริมได้อย่างไร
+ ให้ลูกเล่นออกกำลัง เช่น วิ่งเล่น เตะบอล เดินทรงตัว ขี่จักรยาน เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลง
+ หากิจกรรมช่วยกระตุ้นให้ลูกได้ฝึกเดินบ่อยๆ เช่น ปรบมือแล้วให้ลูกเดินมาหาตามเสียงปรบมือ
+ การเล่นดินน้ำมัน หรือแป้งปั้น จะทำให้เด็กรู้สึกสนุกที่ได้ปั้นเป็นรูปต่างๆ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กจากการปั้นและฝึกการใช้จินตนาการด้วย



2.อยากมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น
การเข้าสังคมของลูกวัยเตาะแตะทำได้โดยผ่านการเล่น เช่น คุณแม่พาไปเล่นกับเพื่อนบ้าน หรือพาไปเล่นที่สนามเด็กเล่น จะช่วยลดความขี้อาย สอนให้ลูกรู้จักการแบ่งปัน แก้ปัญหาด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ใหญ่ รวมทั้งสอนให้รู้จักควบคุมอารมณ์โกรธ และพฤติกรรมต่อต้านสังคมด้วยหากเด็กมีเพื่อนสนิท เขาก็จะได้เรียนรู้ที่จะรักคนอื่น เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น รู้จักการให้ และรู้จักนึกถึงความรู้สึกของผู้อื่น


ส่งเสริมได้อย่างไร
+ พาไปร่วมกิจกรรมที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น เช่น เมื่อไปทำธุระต่างๆ หากต้องรอนานก็เล่าให้ลูกรู้ว่ากำลังทำอะไร ทำไมจึงต้องรอ จะทำให้ลูกค่อยๆ เรียนรู้การรอคอยและเคารพสิทธิผู้อื่น
+ พาลูกไปเล่นนอกบ้านกับเด็กคนอื่นๆ เมื่อเด็กทะเลาะกัน คุณแม่ไม่ควรเข้าข้างหรือตำหนิลูกก่อน ควรถามลูกถึงสาเหตุที่ทะเลาะกัน และสอนลูกว่าควรทำอย่างไร นอกจากนี้ คุณแม่ควรสอนให้เด็กรู้จักการขอโทษและการให้อภัยผู้อื่นด้วย
+ ให้ลูกเรียนรู้บทบาทการเป็นผู้ให้และผู้รับที่ดี เช่น สอนให้ลูกแบ่งปันของเล่นหรือขนมให้เพื่อน สอนให้ลูกให้อาหารสัตว์ เมื่อได้รับของจากผู้อื่นก็ต้องขอบคุณ เป็นต้น




3.เข้าใจลูกให้มากๆ
ช่วงวัยนี้เป็นวัยที่เริ่มเอาแต่ใจตัวเอง ซน และยังสื่อสารบอกความต้องการของตนเองได้ไม่ดีนัก จึงพบพฤติกรรมร้องอาละวาดได้บ่อยในเด็กวัยนี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือกับอารมณ์เหล่านี้ได้โดยต้องรู้เท่าทันอารมณ์ของลูก ทำให้ลูกเกิดความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย และส่งเสริมให้ลูกมีอารมณ์ที่มั่นคง


ส่งเสริมได้อย่างไร
+ หากิจกรรมที่ลูกได้แสดงความรู้สึกและอารมณ์ เช่น เล่านิทาน การฟังเพลง การเล่นตุ๊กตาหรือของเล่น การวาดรูป จะช่วยให้ลูกจะได้ใช้จินตนาการและฝึกการใช้สมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้
+ ฝึกให้เด็กบอกความรู้สึกของตนเอง พ่อแม่จะต้องรับฟังอย่างสนใจและเข้าใจในความรู้สึกของลูก จะช่วยปลูกฝังให้เด็กไม่เก็บกดความรู้สึกเอาไว้และป้องกันไม่ให้ใช้วิธีระบายออกที่รุนแรง เป็นพื้นฐานไปสู่การจัดการความรู้สึกตนเองได้อย่างถูกต้อง
+ เลี้ยงดูลูกด้วยความรัก ความเข้าใจ ใช้การโอบกอดและสัมผัสเสมอ และถ้าลูกสนใจสิ่งใด พ่อแม่ควรให้ความสำคัญ เข้าใจและยอมรับ คอยให้คำแนะนำ ไม่ตำหนิหรือลงโทษ และระวังในเรื่องการแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่ดี จะช่วยสร้างความไว้วางใจ รู้สึกว่าจะไม่ถูกทอดทิ้ง และทำให้ลูกรู้สึกว่า ตัวเองเป็นที่รัก



อย่างไรก็ตาม เด็กทุกๆคน ย่อมอยากให้คุณพ่อกับคุณแม่เข้าใจเค้าว่าเค้าชอบทำอะไร มีความรู้สึกยังไง แล้วอย่าลืมเรื่องการเจริญเติบโตของเค้า เพราะเรื่องการเจริญเติบโต เพิ่มความสูง ก็สำคัญในวัยนี้เหมือนกัน ลองทำดูนะครับ

อืม..ดีๆ ใช้ได้

อะไรก็ไม่รู้

เห็นด้วยๆ

ซึ้งจังเลย

ขำฮาตรึม

ความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

facelist

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

Thaigraph

GMT+7, 21-8-2019 06:48 , Processed in 0.006329 second(s), 14 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.

Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books