ข้ามไปยังเนื้อหา

ฟอนต์ไทยแบบไม่มีหัว (สมัยใหม่)

ฟอนต์ไทยแบบไม่มีหัว (loopless) คือฟอนต์ไทยสมัยใหม่ที่ตัดหัวตัวอักษรออก เป็นค่ามาตรฐานของงานร่วมสมัยในปัจจุบัน ด้านล่างคือฟอนต์ไทยไม่มีหัวที่คัดสรร ดูแบบดั้งเดิมได้ที่ฟอนต์ไทยแบบมีหัว

25 ฟอนต์ในหมวดหมู่นี้ — คลิกที่รายการใดก็ได้เพื่อเปิดหน้าฉบับสมบูรณ์พร้อมน้ำหนักและวิธีติดตั้ง

ฟอนต์ไม่มีหัวคืออะไรในระดับรูปตัวอักษร

ฟอนต์ไม่มีหัวคือฟอนต์ที่ตัดหัวของพยัญชนะออก หรือลดหัวให้เหลือเพียงขีดสั้น ๆ บทความ Thai typography ของวิกิพีเดียระบุว่าหัวเป็น "one of the most distinguishing features of Thai script" คือลักษณะเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของอักษรไทย และปรากฏได้ทั้งเป็นหัวกลม (บ) หัวม้วน (ข) และหัวหยัก (ฃ) ส่วนนักออกแบบตัวอักษร Ben Mitchell อธิบายหน้าที่ของหัวไว้ในบทความ On loops and Latinisation ว่า "The head is the beginning of a letter as handwritten, and its position depends on where the letter's stroke (or ductus) starts" คือหัวคือจุดเริ่มต้นของการลากเส้นเมื่อเขียนด้วยมือ ตำแหน่งของหัวจึงบอกว่าเส้นเริ่มจากตรงไหน

การตัดหัวไม่ได้มีแบบเดียว เว็บ thai-notes.com แยกไว้สามระดับ คือ หัวถูกแทนที่ด้วยขีดสั้นที่ยังบอกทิศทางเดิม หัวถูกตัดออกแต่ยังเหลือเค้าโครงไว้ในความโค้งของเส้นตั้ง และหัวถูกตัดออกโดยไม่เหลือร่องรอย ฟอนต์ส่วนใหญ่ในหน้านี้อยู่ที่ระดับหนึ่งหรือสอง

สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ "ไม่มีหัว" ไม่ได้แปลว่า "ซานเซริฟ" หัวกับเชิงเป็นคนละแกนกัน อย่าง Sarabun เป็นซานเซริฟที่ยังมีหัวครบ ลองเทียบกับหมวดฟอนต์ไทยซานเซริฟจะเห็นว่าสองหมวดนี้ทับกันน้อยมาก

ฟอนต์ไทยไม่มีหัวมาจากไหน

เป็นรูปแบบที่เกิดจากงานพาณิชย์ในคริสต์ทศวรรษ 1970 และฟอนต์ที่ทำให้แนวนี้เป็นที่รู้จักคือ Manoptica ซึ่งออกในปี พ.ศ. 2516 (ค.ศ. 1973) บทความประวัติศาสตร์ไทโปกราฟีไทยของ Typotheque ระบุช่วงเวลาไว้ว่า "During the early 1970s, a modern preference began to emerge for the crisp, clean lines of sans serif type, the loopless fonts" ส่วนวิกิพีเดียบันทึกว่า Manoptica "was developed between 1973 and 1987 by graphic designer and typographer Manop Srisomporn" เพื่อให้มีบุคลิกแบบ Helvetica และตัวอักษรของ Manoptica "do not have the circular heads typical of other Thai fonts" อ่านรายละเอียดได้ที่หน้า Manoptica

สิ่งที่ไม่มีแหล่งข้อมูลไหนกล่าวไว้เลย คือการบอกว่า Manoptica เป็นฟอนต์ไทยไม่มีหัว "ตัวแรก" วิกิพีเดียใช้คำว่า "the best known of these typefaces" ขณะที่ Mitchell ชี้ไปคนละทาง โดยระบุว่าตัวอักษรที่ไม่มีหัวเป็นเรื่องปกติในจารึกสมัยสุโขทัย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น หัวต่างหากที่เป็นของใหม่กว่า

ฝ่ายทางการไม่ได้ตอบรับแนวนี้ Typotheque บันทึกว่าราวปี พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) คณะกรรมการพัฒนาแบบตัวพิมพ์ของรัฐ "equated the loops with serifs" คือเทียบหัวเท่ากับเชิงของอักษรละติน เตือนว่าแบบไม่มีหัวอาจทำให้ ร อ่านเป็น s และ ล อ่านเป็น a แล้วประกาศว่า "their use ought to be restricted to headline text for commercial use only" นี่คือเหตุผลที่ฟอนต์ไม่มีหัวถูกใช้เป็นฟอนต์พาดหัวอยู่หลายสิบปี เหตุการณ์ซ้ำรอยที่ดังที่สุดเกิดในปี ค.ศ. 2013 เมื่อ iOS 7 รุ่นเบต้าเปลี่ยนฟอนต์ระบบไปเป็น Sukhumvit ซึ่งไม่มีหัว และตามบทความเดียวกัน iOS 7.0.1 ก็ย้อนกลับไปใช้ Thonburi ที่มีหัวหลังผู้ใช้ไทยคัดค้าน อ่านฉบับเต็มได้ที่บทความการปฏิวัติฟอนต์ไม่มีหัว

ฟอนต์ไม่มีหัวอ่านยากกว่าจริงไหม

งานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วตอบตรงกันว่าอ่านยากกว่าจริง แต่ต่างกันไม่มาก และจะมีผลก็ต่อเมื่อขนาดเล็กและข้อความยาว งานล่าสุดคือการทดลองสามชุดของ Héctor Mangas ที่ทำในกรุงเทพฯ ช่วงต้นปี ค.ศ. 2024 เผยแพร่โดย Typotheque การทดสอบความคมชัดในการอ่านระยะไกลกับผู้เข้าร่วม 41 คน พบว่า "the looped typeface was easier to read than both its loopless alternate and the Thonburi typeface" ส่วนการทดสอบการอ่านต่อเนื่องกับผู้เข้าร่วม 38 คน พบว่า "a small significant difference was found between looped and loopless text, in favour of looped" โดยไม่พบความต่างด้านความเข้าใจเนื้อหาหรือเวลาตอบสนอง

ผลที่น่าสนใจที่สุดคือเรื่องอายุ Mangas พบว่า "younger readers found Zed Text Looped more challenging to read" ขณะที่ "older readers had more difficulty with Zed Text Loopless" ความคุ้นเคยจึงกลับด้านกันภายในรุ่นเดียว ข้อสรุปของเขาแคบและควรอ่านตามตัวอักษร คือ "For settings where more texts is presented, looped is preferred for all users"

งานก่อนหน้าก็ชี้ทางเดียวกัน รัชภูมิ ปัญส่งเสริม และ พิทยา สุวคันธ์ เขียนใน Archives of Design Research ปีที่ 35 ฉบับที่ 1 (ค.ศ. 2022) รายงานจากการทดสอบนำร่องกับผู้เข้าร่วมชาวไทย 16 คนว่า "the identification of single Roman-like Thai words was more error-prone than the identification of single conventional Thai words" ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าฟอนต์ไม่มีหัวเป็นตัวเลือกที่ผิด แต่แปลว่ามันเหมาะกับงานพาดหัวก่อน และมีต้นทุนจริงเมื่อใช้เป็นเนื้อความ

เมื่อไหร่ควรใช้ และเมื่อไหร่ไม่ควรใช้

ใช้แบบไม่มีหัวเมื่อตัวอักษรใหญ่ สั้น และทำหน้าที่สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ ใช้แบบมีหัวเมื่อตัวอักษรเล็ก ยาว และทำหน้าที่ให้คนอ่าน นี่ไม่ใช่กฎที่เราตั้งเอง แต่เป็นแนวปฏิบัติของผู้ผลิตที่ออกแบบฟอนต์ส่วนใหญ่ในหน้านี้ ตอนที่ Commercial Type ขยายฟอนต์ Graphik ไปสู่ภาษาไทย ทีมงานไม่ยอมเลือกข้าง โดยระบุว่าฟอนต์ตระกูลนี้ "required two distinct variants — with and without loop terminals — to function as a vanilla typeface for both text and display" และ Cadson Demak "recommended keeping both versions" ประกาศเปิดตัวสรุปเส้นแบ่งไว้ว่า "The loopless forms feel more similar to Latin, but the loop terminals are more accepted for text"

สองกรณีที่ไม่ควรใช้แบบไม่มีหัวไม่ว่าจะชอบแค่ไหน คือหนังสือราชการและเอกสารทางกฎหมาย ซึ่งฟอนต์ที่คาดหวังกันคือ TH Sarabun PSK และงานที่ตัวอักษรเล็กพอจนความกำกวมที่คณะกรรมการปี พ.ศ. 2517 เตือนไว้เริ่มมีผลจริง วิกิพีเดียยกตัวอย่างว่า "the abbreviation พ.ร.บ., for example, appears nearly identical to the Latin letters W.S.U. when printed in such typefaces"

ฟอนต์ไม่มีหัวในหน้านี้ต่างกันอย่างไร

ฟอนต์ 25 ตัวในหน้านี้แบ่งได้เป็นสามกลุ่ม คือ ชุดที่ใช้สัญญาอนุญาตแบบเปิดของ Cadson Demak ฟอนต์เชิงพาณิชย์ของผู้ผลิตไทย และฟอนต์ระบบปฏิบัติการ หกตัวนี้แสดงช่วงของหมวดได้ครบ

ฟอนต์ผู้ออกแบบหรือผู้ผลิตสัญญาอนุญาตปี (ค.ศ.)
Manopticaมานพ ศรีสมพรเสียเงิน1973
KanitCadson DemakOFL2015
PromptCadson DemakOFL2015
IBM Plex Sans ThaiMike Abbink, Bold Monday (IBM)OFL2021
AnuphanMint TantisuwannaOFL2023
Sukhumvit Setอนุทิน วงศ์สรรคกรเชิงพาณิชย์2012

13 ใน 25 ตัวมาจาก Cadson Demak หรือมีส่วนร่วมของ Cadson Demak ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟอนต์ไทยไม่มีหัวแบบฟรีจำนวนมากดูเป็นตระกูลเดียวกัน ดูได้ที่หมวดCadson Demak ถ้าต้องการแบบไม่มีหัวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย กรองที่ฟอนต์ไทยฟรี ถ้าต้องการช่วงน้ำหนักที่ฟอนต์ซึ่งใช้สัญญาอนุญาตแบบเปิดยังไม่มี ดูที่ฟอนต์ไทยพรีเมียม และลองพิมพ์ข้อความจริงเทียบกันที่เครื่องมือทดสอบฟอนต์ไทยก่อนตัดสินใจ

ชื่อเรียกและคำค้นที่ใช้กัน

หมวดนี้ถูกค้นด้วยชื่ออย่างน้อยหกแบบ ซึ่งทั้งหมดหมายถึงหน้านี้

ถ้าอยากรู้ว่าหัวถูกเขียนขึ้นมาอย่างไรตั้งแต่แรก อ่านต่อได้ที่คู่มือไทโปกราฟีไทย และพื้นฐานรูปตัวอักษรไทย

เลือกชมตามรูปแบบตัวอักษร

หมวดหมู่ทั้งหมด · ฟอนต์ไทยทั้งหมด 124 แบบ